ศิษย์เก่าสัมพันธ์ ศิษย์เก่าสัมพันธ์
หน้าแรก เกี่ยวกับ มธ. ทำบุญวันเกิดกับ มธ. บัตรเครดิต ข้อคิดข้อเขียน ศิษย์เก่าสัมพันธ์ ลิงค์




  
  
  
  

      มุมบัญชี
ค่าแรงใหม่กับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
การบัญชีผลประโยชน์พนักงาน (2)
การปรับโครงสร้างภาษี
อันเนื่องมาจากวิกฤติน้ำท่วม (2)
อันเนื่องมาจากวิกฤติน้ำท่วม
ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ???
การบัญชีของกิจการขนาดเล็ก
เรื่องที่ผ่านมา


...................

 "ข้อคิดข้อเขียน"
Everyday English
มุมบัญชี
ข่าวธุรกิจ
โลกกับธรรม
พุทธวัจน์
ธรรมะดีดี
ลำเนากลอน
   

 
การอ่านงบการเงินแบบแกะรอย
 

การอ่านงบการเงินแบบแกะรอยนั้น อาจกล่าวได้ว่าไม่ได้อยู่ในสารบบและหลักวิชาการ แต่ผมเชื่อว่าเป็นวิธีการที่มีคนจำนวนมากใช้อยู่ในการทำความเข้าใจงบการเงิน โดยเฉพาะผู้รับผิดชอบด้านการเงิน ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ เจ้าหนี้ สถาบันการเงิน และนักบัญชีหรือผู้สอบบัญชี คำว่าอ่านงบการเงินแบบแกะรอยนั้น ไม่ได้เป็นศัพท์ที่รับรู้กันโดยทั่วไป เนื่องจากผมบัญญัติขึ้นใช้เรียกเพื่อให้ง่ายต่อการเผยแพร่ และเชื่อว่าน่าจะยังไม่มีการรวบรวมรูปแบบการอ่านงบการเงินแบบแกะรอยนี้ในที่ใดมาก่อน

 

ที่พูดเช่นนี้ใช่ต้องการกล่าวอ้างแต่อย่างใด หากแต่ต้องการออกตัวไว้ก่อนว่า การอ่านงบการเงินแบบแกะรอยที่จะนำเสนอนี้ ไม่ใช่วิธีการที่ยอมรับกันทั่วไปในวงการนักบัญชีและบรรดานักอ่านงบการเงินทั้งหลาย หากแต่ผมเห็นว่าเป็นวิธีการที่ผมใช้และพบว่าทำให้ค้นพบแง่มุมที่เป็นประโยชน์ในการอ่านงบการเงินพอสมควร

 

ความหมายของการอ่านงบการเงินแบบแกะรอย

การอ่านงบการเงินแบบแกะรอยในความหมายของผมนั้น คือการอ่านงบการเงินโดยตั้งคำถามเพื่อนำไปสู่ที่มาที่ไปของตัวเลขต่างๆที่อยู่ในงบการเงิน และโดยการอ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินประกอบเพื่อปะติดปะต่อเรื่องราวและกิจกรรมต่างๆของกิจการ และสุดท้ายนำไปสู่การมองภาพรวมของกิจการอย่างย่นย่อเพื่อให้เข้าใจการดำเนินธุรกิจ ฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของกิจการนั้นๆ

 

ลำดับวิธีการอ่านงบการเงินแบบแกะรอย

ผมได้ลำดับวิธีการอ่านงบการเงินแบบแกะรอยไว้โดยสรุปดังต่อไปนี้

ข้อควรคำนึงเบื้องต้น

1.             การอ่านงบการเงินแบบแกะรอยนั้น ให้ไล่ลำดับการเลือกดูในจุดต่างๆไปเรื่อยๆตามที่จะกล่าวต่อไปในลักษณะแกะรอยตัวเลข โดยไม่ได้เริ่มต้นจากหน้าแรกไปจนหน้าสุดท้ายเหมือนการอ่านโดยทั่วไป

2.             การอ่านงบการเงินแบบแกะรอยที่ดีนั้น ผู้อ่านต้องทอนตัวเลขมากๆในงบการเงินให้เป็นตัวเลขกลมๆ เพื่อให้สามารถเคาะตัวเลขแบบง่ายๆได้ นอกจากนี้ผู้อ่านงบการเงินแบบแกะรอยต้องใช้การลำดับให้เป็นเรื่องราวไปด้วย เช่น ให้คิดตามตัวเลขว่า ผู้ถือหุ้นของกิจการลงทุนในวันที่จัดตั้งบริษัทเป็นเงิน 5 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินราคา 1.5 ล้านบาท สร้างอาคารราคา 4 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรราคา 2 ล้านบาท ทำให้ในงบมีเงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้น 3 ล้านบาท ซึ่งต่อมาเมื่อกิจการเริ่มดำเนินกิจการแล้วมีรายได้ได้ชำระเงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้นไปบางส่วน ณ วันที่ในงบการเงินพบว่ามียอดเงินกู้ยืมดังกล่าวคงเหลืออยู่ 2 ล้านบาท เป็นต้น และปะติดปะต่อเรื่องราวเฉพาะประเด็นที่ทราบข้อเท็จจริงเท่านั้น ส่วนใดไม่ทราบให้จดเป็นประเด็นคำถามไว้

3.             ให้เน้นรายการที่มีสาระสำคัญเท่านั้น รายการเล็กๆน้อยๆ ให้ตัดทิ้งไปก่อน

อ่านรายงานของผู้สอบบัญชี

4.             ให้เริ่มต้นที่รายงานของผู้สอบบัญชี ซึ่งจะระบุงวดเวลาที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ ขอบเขตการตรวจสอบและความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชี ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร วิธีการตรวจสอบเป็นไปตามข้อกำหนดในมาตรฐานการสอบบัญชี ข้อจำกัดของผู้สอบบัญชี และที่สำคัญที่สุดคือ ความเห็นของผู้สอบบัญชี ว่า งบการเงินนั้นถูกต้องตามที่ควรหรือไม่การที่ผู้สอบบัญชีเห็นว่างบการเงินถูกต้องตามที่ควร เรียกว่า ผู้สอบบัญชีมีความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข

5.             คำว่า งบการเงินถูกต้องตามที่ควร นั้น หมายถึง ผู้สอบบัญชีจะใช้หลักความมีสาระสำคัญในการตรวจสอบ โดยไม่ได้ตรวจสอบทุกรายการ (ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ) แต่จะใช้วิธีการต่างๆ เช่น การสุ่มรายการเพื่อตรวจสอบ การวิเคราะห์เปรียบเทียบ เป็นต้น

6.             หากรายงานของผู้สอบบัญชีให้ความเห็นแตกต่างไปจากการระบุว่า งบการเงินถูกต้องตามที่ควร แล้ว โดยปกติผู้สอบบัญชีจะอธิบายประเด็นที่ทำให้ความเห็นของผู้สอบบัญชีเป็นแบบมีเงื่อนไขนั้นไว้ด้วยว่า มีประเด็นใดและมีผลกระทบต่องบการเงินอย่างไร ประเด็นเหล่านี้ผู้อ่านงบการเงินต้องให้ความสำคัญ และใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจาก เป็นประเด็นที่ผู้สอบบัญชีเห็นแตกต่างไปจากฝ่ายบริหารของกิจการ และบางกรณีเป็นประเด็นที่ไม่สามารถหาข้อสรุปที่ตรงกันได้

เริ่มต้นอ่านงบการเงินที่หมายเหตุข้อมูลทั่วไป

7.             เมื่อได้ดูความเห็นของผู้สอบบัญชีแล้ว (เพื่อให้แน่ใจว่ามีความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไขหรือไม่) ถัดจากนั้น ให้เริ่มต้นดูหมายเหตุประกอบ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ชื่อกิจการ ธุรกิจหลักของกิจการ ที่ตั้ง ปีที่จดทะเบียนจัดตั้ง และข้อมูลอื่นๆ เช่น การหยุดดำเนินงานในบางส่วนงาน เป็นต้น หมายเหตุที่ให้ข้อมูลลักษณะนี้มักเป็นหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 1.

8.             บวกลบเพื่อหาจำนวนปีที่กิจการเปิดดำเนินกิจการมาแล้ว (บวกลบจากปีที่จดทะเบียนจัดตั้ง)

ดูโครงสร้างการจัดหาทุนของกิจการ

9.             ดูเงินลงทุนขั้นต้น ได้แก่ ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว (งบดุลในส่วนของผู้ถือหุ้น)

10.      ดูสินทรัพย์ถาวรที่กิจการลงทุนไว้ และดูว่าเป็น ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ แต่ละประเภทในจำนวนเงินเท่าใด (งบดุลด้านสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน โดยอ้างอิงหมายเหตุเรื่องนี้ที่มีรายละเอียดของราคาทุน และค่าเสื่อมราคา ค่าเสื่อมราคาสะสมของ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์)

11.      ถ้าเป็นการดำเนินกิจการปีแรกๆ เราจะคำนวณได้เลยว่า ทุนของผู้ถือหุ้น 5 ล้านบาทนั้น ต้องนำมาลงในการจัดหาที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการเท่าไร และทุนดังกล่าวเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอ กิจการจัดหาเงินจากแหล่งอื่นใดเพิ่มเติม เช่น กวาดตาดูด้านหนี้สิน อาจจะพบ เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน หรือ เงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้น หรือจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน เป็นต้น 

12.      การดูเงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวรนั้น ต้องมองที่ราคาทุน ไม่ใช่ราคาที่สุทธิจากค่าเสื่อมราคาสะสม เนื่องจากราคาทุนคือราคาที่กิจการจ่ายซื้อในครั้งแรก

ดูเงินกู้ยืม

13.      อ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินเกี่ยวกับ Terms and Conditions ของการกู้ยืมดังกล่าว เช่น เงินกู้ยืมนั้นมีวงเงินกู้เท่าใด เสียดอกเบี้ยในอัตราใด มีกำหนดระยะเวลาชำระคืนอย่างไร เป็นหนี้สินระยะสั้น หรือหนี้สินระยะยาว มีวงเงินกู้หลายชนิดหรือไม่

14.      เราอาจพบว่า กิจการมีวงเงินกู้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น วงเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่ดิน เพื่อก่อสร้างอาคารโรงงาน เพื่อซื้อเครื่องจักร นอกจากนี้อาจมีวงเงินกู้อื่นเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินกิจการ เช่น วงเงินเบิกเกินบัญชี หรือ เงินกู้ระยะสั้น วงเงินสินเชื่อเพื่อการส่งออก วงเงินสินเชื่อเพื่อการค้า การเปิดวงเงินแอลซี

15.      เราอาจพบว่า วงเงินสินเชื่อต่างๆนั้นมีภาระค้ำประกัน และมีการนำสินทรัพย์ถาวรของกิจการ เช่น ที่ดินไปค้ำประกันวงเงินสินเชื่อ กล่าวคือ มีที่ดินของกิจการเป็นหลักประกันการกู้ยืม บางกรณีอาจมีการค้ำประกันโดยบุคคล เช่น กรรมการ ผู้ถือหุ้น และ/หรือ โดยสินทรัพย์ของผู้ถือหุ้น เป็นต้น

16.      เราอาจพบว่า เงินกู้ยืมที่กิจการจัดหามานั้น อาจมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดบางประการ เช่น กิจการต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไม่ให้เกิน 2 เท่า เป็นต้น ซึ่งเป็นเงื่อนไขไม่ให้กิจการไปกู้ยืมจากสถาบันการเงินอื่นเพิ่มเติมจนความสามารถในการชำระหนี้ลดน้อยลง และอาจเป็นเหตุให้ไม่สามารถชำระหนี้แก่สถาบันการเงินที่ให้เงินกู้นั้นแก่กิจการได้ ปกติสถาบันการเงินจะกำหนดการดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนโดยดูจากโครงสร้างหนี้สินต่อทุน ณ วันที่กู้ ประกอบกับการดูประมาณการกระแสเงินสดในอนาคตของกิจการเป็นเกณฑ์

17.      เราอาจพบว่า เงินกู้ยืมที่กิจการจัดหามานั้น อยู่ในรูปเงินบาท หรือเงินตราต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดหาเงินและอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดและความเสี่ยงที่กิจการสามารถรับได้ และหากเป็นเงินกู้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ กิจการอาจมีความเสี่ยง เรื่อง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นด้วย ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น

 

คงจะต้องกล่าวส่วนที่เหลือในคราวต่อไปครับ ซึ่งจะเป็นการดูผลการดำเนินงาน การดูโครงสร้างค่าใช้จ่าย การดูสินทรัพย์และหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานหลักของกิจการ การดูงบกระแสเงินสด รายการนอกงบดุล หมายเหตุประกอบงบการเงิน และข้อมูลในรายงานประจำปี

 

วิโรจน์ เฉลิมรัตนา

วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๓

virojch@yahoo.com

Post : 17 มิ.ย. 2553 

ห้องสนทนา : สารพันเรื่องคุย, บอกข่าวเล่าเรื่อง, อยู่กับธรรม
เกี่ยวกับธรรมศาสตร์ : ข่าวจากศิษย์เก่าสัมพันธ์, เพลงมหาวิทยาลัย, ของที่ระลึก
ทำบุญวันเกิดกับ มธ : ความเป็นมา, วิธีการบริจาค, ดูยอดบริจาคสูงสุด, ดูยอดบริจาคกองทุน, ดูการบริจาคของตนเอง,
  บริจาคเงินออนไลน์, กิจกรรม
บัตรเครดิต มธ. : ความเป็นมา, วิธีการสมัคร, เงื่อนไขการใช้บัตรเครดิต, ใบสมัครบัตรเครดิต
ข้อคิดข้อเขียน : Everyday English, มุมบัญชี, ข่าวธุรกิจ, โลกกับธรรม พุทธวัจน์, ธรรมะดีดี, ลำเนากลอน
สนง. ศิษย์เก่าสัมพันธ์ : ความเป็นมา, ผู้บริหาร, คณะกรรมการ, ติดต่อ สำนักงานฯ
สมาชิกสัมพันธ์ : สมัครสมาชิก, ลืมรหัสผ่าน, ดูข้อมูลตนเอง, คุยกับ บก. เว็บ
Links : ข่าวสาร, หน่วยงาน มธ., หน่วยงานราชการ, ธรรมะ



สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ ห้ามนำข้อมูลของเว็บไซต์นี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษร

สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2 ถนนพระจันทร์ เขตพระนคร กทม. 10200
โทรศัพท์ 02-613-3777, 02-613-4000 โทรสาร 02-613-2043   อีเมล์ : TUalumniOff@gmail.com
Thammasat University Alumni Relations Office 2 Prachan Rd. Bangkok 10200 Tel. 02-613-3777, 02-613-4000 Fax. 02-613-2043 
E-mail : TUalumniOff@gmail.com